แนวความคิดสังคมนิยมระบบประชาธิปไตย

 

แนวความคิดสังคมนิยมประชาธิปไตย์ (Social Democracy)


เป็นหนึ่งในระบบการปกครองที่อยากลดความแตกต่างของสังคมเศรษฐกิจแบบระบบทุนนิยมรวมทั้งการสร้างแบบอุตสาหกรรม และก็ทำให้สังคมมีความเที่ยงธรรมรวมทั้งเสมอภาคเพิ่มมากขึ้น

แม้ระบบทุนนิยมจะนำไปสู่ความรุ่งเรืองในเทคโนโลยีและก็ด้านต่างๆจำนวนมาก แต่ว่าระบบทุนนิยมกลับทำให้ความแข็งแกร่งของตลาดเสรีนั้นถูกผูกขาดอยู่กับคนไม่กี่กรุ๊ปซึ่งสามารถแทรกแซงวิธีการต่างๆกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความไม่เสมอภาคและก็กำเนิดช่องว่างของคนภายในสังคม

ถ้าคนอ่านเป็นบุคคลหนึ่งที่พอใจในปัญหาภายในสังคมรวมทั้งความแตกต่าง การเรียนแนวความคิดดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วถือว่าเป็นรากฐานองค์วิชาความรู้ที่ช่วยต่อยอดความรู้ความเข้าใจในด้านขององค์ประกอบทางด้านสังคมมากมายก่ายกอง

แนวความคิดสังคมนิยมระบบประชาธิปไตยนั้นเป็นแถวคิดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเสรีระบบทุนนิยมรวมทั้งคอมมูนนิสต์ ซึ่งอยากให้ระบบทุนนิยมสร้างผลดีกับสังคมโดยรวมมากยิ่งกว่ารับใช้กรุ๊ปทุนไม่กี่กรุ๊ป

ลักษณะที่สำคัญของแนวความคิดสังคมนิยมระบบประชาธิปไตยนั้นมีอยู่สองปัจจัยสำคัญใหญ่ๆโน่นเป็น อยากได้ปรับแต่งความไม่ทัดเทียมระหว่างชนชั้นของระบบเศรษฐกิจแบบระบบทุนนิยม โดยใช้กรรมวิธีระบบประชาธิปไตยสำหรับเพื่อการประสบผลสำเร็จ อีกส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นการมุ่งปรับปรุงช่องว่างที่เกิดขึ้นจากระบบเศรษฐกิจแบบระบบทุนนิยมอย่างเช่น การเพิ่มช่องทางสำหรับเพื่อการดำรงชีพในสังคมของคนทุกชนชั้นโน่นเป็นระบบผลประโยชน์ถ้วนหน้า อย่างเคยมองเห็นในยุคของรัฐบาลไทยรักไทยที่ดันแผนการ 30 บาทรักษาทุกโรคมาใช้นั่นเอง ถือว่าเป็นหนึ่งในแนวความคิดของสังคมนิยมระบบประชาธิปไตยเหมือนกัน

หัวใจสำคัญๆของแนวความคิดสังคมนิยมระบบประชาธิปไตยนั้นสรุปไปในแนวทางเหมือนกันทั่วทั้งโลกโน่นเป็น การที่เมืองเข้ามาคุ้มครองปกป้องผลประโยชน์ของราษฎรทุกคนให้มีบรรทัดฐานเดียวกันไม่ว่าคนมั่งคั่งหรือคนยากจน คนขอบของสังคมหรือคนไม่สมประกอบ หรือถึงแม้รวมถึงแรงงานระหว่างประเทศที่เข้ามาขับเฟืองของสังคมนั้นๆด้วย เป็นการให้ทุกคนได้มีสิทธิ์เข้าถึงผลประโยชน์ของเมืองไม่ว่าจะเป็น การศึกษาเล่าเรียน การดูแลรักษาพยาบาล เงินสนับสนุนครอบครัวและก็สร้างเสริมความก้าวหน้าของเด็ก และก็ปรับแต่งช่องว่างด้านกฎหมายต่างๆที่เคยขูดเลือดชนชั้นแรงงานในวิธีการผลิดของอุตสาหกรรม ฯลฯ

แนวความคิดสังคมนิยมระบบประชาธิปไตยเจริญก้าวหน้าแล้วก็ไปถึงเป้าหมายอย่างมากมายในตอนทศวรรษ 1950 ช่วงท้าย เพราะเหตุว่าเป็นตอนที่เศรษฐกิจในยุโรปเติบโตขึ้นจากการบูรณะประเทศข้างหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้กระนั้นเพียงพอไปสู่ทศวรรษ 1970 ได้กำเนิดเศรษฐกิจตกต่ำทั้งโลก ทำให้ความชื่นชอบแนวความคิดสังคมนิยมประชาธิปไตย์ถดถอยลงเนื่องจากว่าสิ่งที่ทำให้แนวความคิดนี้เติบโตได้เป็นสถานการณ์ทางเศรษฐกิจควรมีเสถียรภาพแล้วก็เติบโตสม่ำเสมอ เพื่อเมืองมีงบประมาณมากพอสำหรับในการอุดหนุนผลประโยชน์ ในตอนนั้นแนวความคิดสังคมนิยมระบบประชาธิปไตยถูกเห็นว่าไม่อาจจะจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจรวมทั้งหาทางออกได้จนกระทั่งกำเนิดกระแสแนวความคิดแบบ ลัทธิเสรีนิยมใหม่ (Neo-Liberalism) ที่เพิ่มความชื่นชอบขึ้นมาฉกชิงพื้นที่ทางความนึกคิดของคนภายในสังคมที่มั่นใจว่าเมืองจำต้องปลดปล่อยให้ตลาดได้ดำเนินงานอย่างเสรี

Author: Leah Watts